วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

มาริโมะ : สมาชิกใหม่ของบ้าน

ตอนเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (8 มิ.ย. 57) อี๊ (น้า) ของผมโทรมาหาแต่เช้า ชวนไป เจ.เจ.มอลล์ ไปซื้อมอสส์บอล ที่จริงอี๊กำลังสนใจเรื่องสวนขวด และการจัดสวนไม้น้ำในตู้ ดูไปดูมาก็คงไปเจอเจ้ามาริโมะที่เหล่าวัยรุ่นและหนุ่มสาวออฟฟิศสมัยใหม่กำลังสนใจเลี้ยงกันอยู่ จึงเกิดสนใจขึ้นมาบ้าง เพราะมันแปลกสำหรับบ้านเรา (ถึงแม้กระแสตก ก็ยังน่าสนใจอยู่ดี... บ้านนี้ชอบมีของเล่นใหม่)

เมื่อผมได้รับโทรศัพท์จากอี๊เรื่องจะไปหามาริโมะ ผมจึงรีบเปิดหาข้อมูลทางโลกออนไลน์เกี่ยวกับมาริโมะทันที เรามาดูกันดีกว่าว่ามาริโมะคืออะไรกันแน่



Three common growth forms ofAegagropila linnaei, the lake ball proper, "free-floating filaments" and epilithic


มาริโมะเป็นสิ่งมีชีวิตในตระกูลสาหร่าย (หลาย ๆ เว็บบอกว่าเป็นพืช แต่ผมยังไม่อยากจัดไว้ว่าเป็นพืช ในฐานะที่ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อยู่) เจ้ามาริโมะเป็น Chlorophyta (สาหร่ายสีเขียว) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aegagropila linnaei มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลสาบอะคังบนเกาะฮกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (และยังพบได้ที่ไอซ์แลนด์อีกด้วย) 

เอาล่ะครับ ...มาถึงวิธีเลี้ยงก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย เพียงแค่หาภาชนะที่มีขนาดใหญ่กว่าเจ้ามาริโมะของคุณ แนะนำว่า ภาชนะ อย่าเล็กจนเกินไปเพราะจะทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมได้เร็วเกินไป ทำให้น้ำในภาชนะมีโอกาสที่จะร้อนเกินกว่าที่มาริโมะจะอาศัยอยู่ได้ มาริโมะอยู่ได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียสนะครับ ต่ำกว่านั้นไม่เป็นไร แค่อย่าให้เป็นน้ำกลายเป็นน้ำแข็งหมดก็พอ

ใส่ภาชนะ ใส่น้ำ แล้วก็ตกแต่งได้ตามใจชอบ บ้างว่า ให้ใส่โซดา แต่ก็มีแหล่งข้อมูลว่า มาริโมะไม่ชอบสภาวะเป็นกรด ฉะนั้น ทางที่ดีก็ใส่น้ำเปล่าเถอะครับ น้ำประปาที่มีคลอรีนนิดหน่อยมันก็อยู่ได้ หรือจะใส่น้ำเย็นก็ยิ่งดี 

นอกจากนั้นก็เปลี่ยนน้ำทุก 1-2 สัปดาห์ พาไปอาบแดดอ่อนๆ ให้มันสังเคราะห์แสงบ้าง (อย่าให้โดนแดดโดยตรงนะครับ) และก็มีเรื่องน่าสนใจอีก เพราะเมื่อเจ้ามาริโมะโดนแดดแล้ว ส่วนมากจะเกิดฟองอากาศเกาะตามตัวมัน เป็นผลจากการสังเคราะห์ด้วยแสงนะครับ และถ้ามีฟองอากาศมากพอ มันอาจลอยน้ำได้ด้วยครับ

ถ้าให้ดีไปกว่านั้น ก็จับมันมาอาบน้ำ คลึงมันเบาๆ เพื่อให้ขนที่เริ่มยาว กลับเข้าเป็นทรงกลมอย่างเดิม แต่อย่าไปเล่นมันแรงเกินไปนะครับ มันอาจจะแตกได้

เรื่องการขยายพันธุ์ แนะนำว่าอย่าไปฉีกมันออกมาแล้วไปปั้น เขาว่ามันมีโอกาสตายสูง ตามธรรมชาติ ควรปล่อยให้มันโตจนมีติ่งงอกออกมา และรอให้มันหลุดออกมาเองครับ

หลังจากอ่านข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับมาริโมะ ผมจะพามาดูมาริโมะที่ผมซื้อมาบ้างนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น