วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ท่องเที่ยว 13 พ.ค. 52
...ผมเคยไปครั้งหนึ่งตอนยังเล็ก ซึ่งผมก็ยังจำอะไรไม่ค่อยได้ --- แต่ก่อนอื่น...ขอเชิญทุกท่านชมภาพที่ผมถ่ายได้เลยครับ (ภาพอาจจะไม่ค่อยชัดในบางภาพเพราะถ่ายระหว่างรถวิ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ทารกแช่แข็ง

ภาพจากหน้าปกนิตยสาร "NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย" เดือน พ.ค. 2552
...ในฉบับนี้ มีรายงานพิเศษเกี่ยวกับซากทารกแมมมอทแช่แข็งในไซบีเรีย น่าสนใจมากเลยครับ ---ได้ความรู้มาก อย่าลืมไปซื้ออ่านกันล่ะครับ
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สิ่งที่พวกขโมยจดจำ
วันหนึ่ง พวกขโมยซึ่งเป็นมนุษย์โลกธรรมดาๆ นี่แหละ ได้ขับเครื่องบินมาที่แห่งนี้ แล้วขนรูปแกะสลักหินขึ้นเครื่องบินไป แต่ปรากฏว่ารูปแกะสลักหินกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขึ้นมา และไล่พวกขโมยไปคนละทิศ คนละทาง ขโมยที่หนีไปได้ก็กลับมาสอนลูกหลานว่า "ไม่ให้ไปยุ่งกับรูปแกะสลักหินเป็นอันขาด" แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกขโมยไม่รู้ก็คือ รูปแกะสลักหินนั้นคือหุ่นยนต์ที่มีตำหนิของมนุษย์ต่างดาวนั่นเอง
หมายเหตุ : นิทานเรื่องนี้ได้รับเกียรติไปเผยแพร่ในนิตยสาร "แปลนสนุกคิด"
รวมการ์ตูนหรรษา
ภาพ :อาต๋อย
วันหนึ่งมีคนหลายคนเดินเข้าไปในป่าพะโต๊ะ เดินมาถึงที่พักริมแม่นำเอบจะค่ำ ภูไปเจอบ้านของจิงเกอร์เบลล์ หมีพู ทิกเกอร์ แรบบิท รู อียอ โนอาร์ และไดโนเสาร์ ทุกคนกำลังจัดปาร์ตี้กันอยู่อย่างสนุกสนาน ภูได้รับเชิญจากทุกๆคนให้ไปร่วมงานด้วย ภูรู้สึกสนุกและดีใจมาก
วันหนึ่งทุกๆคนอยากไปเที่ยวทะเล เลยช่วยกันสร้างเรืออาร์กด้วยไม้สัก เป็นเรือ 4 ชั้น ทุกคนช่วยกันหาเสบียงอาหาร น้ำและชูชีพมาเก็บไว้ในเรือ ภูก็ได้ไปกับเขาด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ล่องเรือมาตามแม่น้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย ทุกคนมีความสุขมาก ได้เห็นปะการัง ปลาวาฬและมีปลาโลมาเข้ามาทักทายพวกเรา กลางคืนก็เห็นดวงจันทร์ และดวงดาว ส่องแสงระยิบระยับสวยงามมาก
หลายวันผ่านไปเรือแล่นผ่านแม่นำเจ้าพระยาจนถึงฝั่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
---------------------------
อำนาจของอธรรมไดน์
ตลอดเวลาที่ซามาเดจาวานมินปกครองอาณาจักรวินามินอยู่นั้น…ประชาชนที่อยู่ในอาณาจักรถูกพวกซามาเดจาวานมินและพวกอธรรมไดน์ที่มีตำแหน่งเอาเปรียบ…และยังมาโกหกประเทศอื่นๆว่า “ข้าน่ะ…ปกครองประชาชนอย่างยุติธรรม”
หลายปีผ่านไป…มีประชาธรรมไดน์ตัวหนึ่งได้จัดการชุมนุมต่อต้านอธรรมไดน์ขึ้น…ประชาไดน์ที่อยู่ในอาณาจักรวินามินที่มาในการชุมนุมครั้งนี้มีมากมายเหลือเกิน…ถ้านับจากประชาไดน์ทั้งหมด..ผู้ที่มาร่วมงานนี้ก็มี 3 ส่วนใน 4 ส่วน
ในการชุมนุมครั้งนั้นได้ถือเป็นการชุมนุมขับไล่พวกอธรรมไดน์ออกจากดินแดนด้วย…พวกอธรรมไดน์และซามาเดจาวานมินจึงจำต้องหนีออกไปอยู่บนอวกาศ…แต่ยานที่อธรรมไดน์นั่งนั้นก็ได้ถูกหลุมดูดเข้าไป
หลังจากนั้น ประชาธรรมไดน์จึงได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและผู้ที่ได้รับเลือกก็คือ “ซันธารา” และได้มีการปรับเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ซึ่งประเทศก็ได้ชื่อว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนซาร์น
นับแต่บัดนั้น…ประชาชนก็อยู่กันอย่างสงบสุข
จบบริบูรณ์
*********
ไทรันสยามกับสายรุ้ง
ณ เกาะแห่งหนึ่ง...เกาะที่ไม่เคยมีใครรู้จักและไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดินเรือ...ได้มีป่าใหญ่อยู่ในเกาะ...และในป่าใหญ่นั้นก็ได้มีไดโนเสาร์บางสายพันธุ์ซ่อนตัวอยู่ ไดโนเสาร์ส่วนใหญ่อยู่ในไทย แต่มันแอบสร้างแพยักษ์เพื่อไปหาเกาะร้าง
ไดโนเสาร์ที่ผมจะกล่าวถึงมันชื่อ "ไทรันสยาม สยามโมไทรันนัส" มันเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส มันเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใจดี...มันไม่ชอบล่าสัตว์อื่น...แต่มันจะไปซื้อเนื้อที่ตลาดไดโนเสาร์ที่อยู่บนเกาะแห่งนั้น
วันหนึ่ง...ได้แมวสาวและเพื่อนๆหนีออกจากเรือสำราญโดยพวกมันนำเรือบดของเรือสำราญมาล่องไปหาเกาะร้าง...แล้วมันก็พบเกาะของไดโนเสาร์
หลังจากที่สายรุ้งและเพื่อนๆได้ล่องแพมาถึงเกาะแห่งไดโนเสาร์...พวกมันก็สำรวจป่าว่ามีอะไรบ้าง...ปรากฏว่า เจ้าไทรันสยามได้ไปพบกับพวกแมว มันจึงพาแมวไปพักที่บ้านของมัน (โดยไม่คิดจะกินแมวพวกนี้)
วันต่อมา...ไทรันสยามก็ได้พาแมวไปพบเพื่อนๆของไทรันสยาม...สายรุ้งและเพื่อนๆจึงได้เป็นประชาชนของเกาะแห่งนี้
วันหนึ่ง ได้มีการเลือกตั้งประธานเกาะประจำปี...สายรุ้งกับเพื่อนๆก็ได้ไปเลือกตั้งกับเขาด้วย ผลปรากฏว่า ไทรันสยามได้เป็นประธานเกาะ ชาวเกาะ (ไดโนเสาร์และพวกแมว) ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โตให้กับไทรันสยาม...พอถึงเวลาเลิก ทุกตัวก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป
วันรุ่งขึ้น...ไทรันสยามได้ประกาศให้ทุกคนสร้างสเก็ตบอร์ดขึ้นมาเพื่อเป็นพาหนะของสัตว์ทั้งปวงบนเกาะแห่งนี้...ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีไดโนเสาร์จากอีกเกาะล่องเรือมาเพื่อจะประกาศสงครามกับไทรันสยามและประชาธรรมไดน์ (ประชาชนไดโนเสาร์ที่เป็นฝ่ายธรรม) แต่ยังไม่มีใครรู้...พอเรือของประชาอธรรมไดน์ (ประชาชนไดโนเสาร์ที่เป็นฝ่ายอธรรม) มาถึงเกาะ พวกมันก็เปิดฉากโจมตีประชาธรรมไดน์
หลังจากที่ประชาธรรมไดน์ถูกประชาอธรรมไดน์โจมตี...พวกมันก็ใช้วิธีถล่มเกาะฝั่งที่ถูกบุกแล้วพวกมันก็หนีไปอีกฝั่งของเกาะ...พวกไดโนเสาร์และแมวปลอดภัยแล้ว...แต่เหตุไม่คาดฝันเกิด ไทรันสยามและแมวที่ชื่อ "สายรุ้ง" ได้ถูกพวกอัศวินอธรรมไดน์จับไปขังไว้ในคุกของพวกประชาอธรรมไดน์ที่ลอยอยู่ใกล้ปล่องภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด
ถึงวันที่ภูเขาไฟกำลังจะระเบิดแล้ว...ทั้งสองจึงคิดหาวิธีที่จะออกจากคุกไปให้ได้...มันจึงหลอกเอาหลอดชนิดพิเศษที่เก็บลาวาได้ของประชาอธรรมไดน์มาแล้วสาดใส่กลอนที่ล็อคประตูคุกไว้จนกลอนละลายแล้วทั้งสองจึงขโมยเครื่องบินของประชาอธรรมไดน์แล้วบินไปที่เกาะของมัน ... และภูเขาไฟที่อยู่บนเกาะของประชาอธรรมไดน์ก็ระเบิดขึ้น
1 ชั่วโมงผ่านไป...เครื่องบินก็ร่อนลงที่เกาะของประชาธรรมไดน์อย่างปลอดภัย...ไทรันสยามและสายรุ้งได้ถูกยกย่องว่า หนีออกจากคุกอธรรมไดน์ได้เป็นครั้งแรกของโลก
จบบริบูรณ์
*************
ถั่วเขียวไล่ขโมย
กาลครั้งหนึ่ง...มีชายผู้หนึ่งชื่อ "ปราชญ์" เขาเป็นชาวบ้านธรรมดา...มีอาชีพขายของ
วันหนึ่ง มหาเศรษฐีผู้หนึ่ง ได้เที่ยวมาจนถึงบ้านของปราชญ์ มหาเศรษฐีผู้นี้ชอบช่วยเหลือคน เทื่อได้เห็นบ้านโทรมๆของปราชญ์ เขาจึงจ้างช่างมาสร้างให้ใหม่ แล้วเขาก็ให้ชาวสวนมาปลูกถั่วเขียวให้ปราชญ์ ทำให้ปราชญ์มีรายได้เพิ่มขึ้นมาก
2 เดือนผ่านไป...ถั่วเขียวมีมากเกินโกดังถั่วเขียว เขาจึงสร้างไหที่ใหญ่มากๆ...ฝ่ายขโมยที่เชี่ยวชาญการขโมยกลุ่มใหญ่ก็ได้ข่าวว่า ปราชญ์ได้ขายถั่วเขียวจนร่ำรวย พวกขโมยจึงแอบลักลอบเข้ามาเพื่อจะปล้นเงินของปราชญ์ ชาวสวนของปราชญ์เห็นขโมยจึงรีบวิ่งไปบอกปราชญ์ ปราชญ์จึงคิดอุบายที่ทำให้ขาดทุน แต่เขาจำเป็นต้องใช้อุบายนี้ เขาไปนำระเบิดมาเพื่อระเบิดไหแล้วเขาก็รีบขี่ม้าหนี ทันใดนั้น!!!ไหก็แตกแล้วถั่วเขียวก็ไหลลงมาทับพวกขโมย ทำให้ขโมยไม่กล้าเข้ามาที่บ้านของปราชญ์อีกเลย
หลายวันผ่านไป ถั่วเขียวที่ไหลออกมาจากไหก็งอกเป็นต้น แล้วปราชญ์ก็เก็บไปขาย
จบบริบูรณ์
@@@@@@@@@@@
ล่องสมุทรฉุดฉลาม
มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ "วิน" ...ได้ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน เขานำสุนัขไปด้วย พอเพื่อนคนหนึ่งว่ายนำไปที่ลึกๆ ก็มีฉลามตัวหนึ่งงับเขาและดึงลงไปในทะเลลึก พอเพื่อนๆเห็นก็มาบอกวิน วินจึงนั่งเรือไปตรงจุดที่เพื่อนของเขาถูกฉลามงาบไป เขาพานักวิทยาศาสตร์มาด้วย เพราะฉลามตัวนี้มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ทันใดนั้น !!! เจ้าฉลามก็โผล่ขึ้นมาแล้วมันก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่กว่าเรือแล้วมันก็งาบเรือลงไป ทุกคนเดินไปในปากฉลามยักาเรื่อยๆก็ไปเจอเพื่อนของเขานั่งอยู่ พวกเขาจึงพากันเดินต่อไป...เดินไปเรื่อยๆ...พวกเขาก็เห็นหลุมหลุมหนึ่ง...หลุมแห่งนั้นเป็นห้วงลึกมาก...
ทันใดนั้น...มันก็ดูดพวกเขาเข้าไปข้างในหลุม (ห้วง)
...หลังจากวินและเพื่อนๆถูกดูดลงไปในห้วงแล้ว ทุกคนก็สลบไป พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่า เขาอยู่ในเมืองเมืองหนึ่ง...ซึ่งมีแต่คนใส่ชุดขาดๆอาศัยอยู่ วินจึงเข้าไปถามว่า "ที่นี่คือที่ไหน?" เขาตอบว่า "ที่นี่เป็นดินแดนของคนที่ถูกดูดลงมาในห้วง (หลุม) มันเป็นอีกมิติหนึ่ง" พวกเขาตกใจจึงรีบวิ่งไปหาผู้ปกครองดินแดนนี้ นั่นก็คือ "ฉลาม" แต่มันเป็นฉลามที่มีนิสัยดี ...เพื่อนของมันถูกสาปให้ตัวใหญ่ยักษ์ แล้วสาปให้ปากของเพื่อนมันมีหลุมที่เป็นห้วงสู่อีกมิติหนึ่ง
วันต่อมา...ฉลามเรียกประชาชนทุกคนมาที่จุดศุนย์กลางของดินแดนแล้วปรึกษากันว่า "เราจะหลอกให้ผู้ที่สาปพวกเรามาเปิดทางให้เรากลับไปในโลกของเรา"
"เจ้าจะต้องถูกข้าสาปอีกครั้งหนึ่ง" พญายักษ์ภูณกล่าวเพราะเขาแอบฟังการประชุมของพวกที่ถูกสาปอยู่ วินได้ยินจึงมาบอกฉลาม ฉลามจึงใช้วิธีหลอกขโมยไม้เท้าวิเศษของอาจารย์ที่สอนพญาภูณแล้วไปที่นครไดโลษา ซึ่งเป็นเมืองที่ภูณครองอยู่ แต่ทางเข้ามีด่านหลายด่าน ฉลามจึงให้ชาวเมืองขุดอุโมงค์แล้วไปโผล่ตรงเตียงนอนของภูณ ซึ่งกำลังหลับอยู่บนเตียง ภูณตัวเหม็นมาก ทุกคนที่ขุดอุโมงค์มาจึงสลบไปพักใหญ่ๆ
ทันใดนั้น...ไม้เท้าวิเศษก็กระเด็นไปที่ยักษ์ภูณ ทำให้ยักษ์ภูณเจ็บมากแล้วตาย ทุกคนที่ถูกสาปก็กลับไปยังโลก ซึ่งเป็นที่อยู่เดิมของพวกเขา...แล้วชายหาดแห่งนั้นก็ถูกปิด
จบบริบูรณ์
ไดโลโฟซอร์
กาลครั้งหนึ่ง นานแสนนานมาแล้ว...ยังมีไดโนเสาร์ตัวหนึ่งชื่อ "ไดโลโฟซอร์" หรือเรียกย่อๆว่า "ไดโล" ไดโลมีเพื่อนสนิทชื่อ "รอบรู้ (จากนิทานเรื่อง : ไดโนเสาร์รอบรู้)" รอบรู้เป็นไดโนเสาร์ขยัน เขามีแปลงผักเป็นของตนเอง ทุกๆวันรอบรู้จะเก็บผักไปวางไว้ที่ตลาดแล้วให้ไดโนเสาร์กินพืชทุกๆตัวหยิบไปโดยไม่ต้องคิดเงิน (เพราะรอบรู้ไม่ต้องใช้เงิน) ทุกๆวันเสาร์และวันอาทิตย์...ไดโลและเพื่อนๆตัวอื่นจะไปช่วยรอบรู้เก็บผัก
วันหนึ่ง...ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไดโลจึงคิดว่า "โลกจะสลายแล้ว" จึงไปบอกไดโนเสาร์ทุกตัว แต่ไดโนเสาร์พวกนั้นไม่เชื้อ เขาจึงไปบอกสัตว์อื่นๆ เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(ยุคก่อน) จระเข้ ฯลฯ
"ข่าวด่วน...ข่าวด่วน" ไดโลได้ยินเสียงไดโนเสาร์ตัวหนึ่งร้องขึ้น "ตอนนี้ดาวหางได้พุ่งชนโลกแล้ว" พวกไดโนเสาร์แตกตื่นกัน ทันใดนั้น!!! ก็มีฝุ่นมาพัดพวกไดโนเสาร์ โลกมีแต่หมอกปกคลุมจนแสงอาทิตย์ส่องผ่านหมอกไม่ได้...และไดโนเสาร์ก็ค่อยๆสูญพันธุ์ไป แต่ยังลูกหลานของไดโนเสาร์ที่รอดมาได้...มันก็คือ นก นั่นเอง
เผด็จการซาราเกีย
กาลครั้งหนึ่ง...มีประเทศกลางทะเลอยู่ประเทศหนึ่ง ซึ่งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ชื่อประเทศ "ซากาวา" และมีผู้ปกครองประเทศชื่อ "ซาราเกีย" เขาปกครองประเทศซากาวาเพียงคนเดียว และประชาชนก็นับถือเขามาก
แต่วันหนึ่ง ซาราเกียเริ่มไม่สนใจประชาชน เขาเก็บภาษีเป็น 98 % ของรายได้ประชาชนแล้วเขาก็เก็บภาษีสัปดาห์ละ 5 ครั้งด้วย และขู่ประชาชนว่า "ถ้าไม่ทำตามคำสั่งข้า ข้าจะฆ่าทิ้งให้หมด" แต่ทว่าประชาชนหมดความอดทนเสียแล้วจึงไปประท้วงที่หน้าบ้านของซาราเกีย
ซาราเกียรู้สึกเสียใจมากในการกระทำของเขา เขาจึงพยายามกลับตัวเป็นคนดี ตั้งแต่นั้นประชาชนก็อยู่กันอย่างมีความสุขในประเทศซากาวา
จบบริบูรณ์
***********
สัตว์โลก
กาลครั้งหนึ่ง…สัตว์โลกทุกตัวจัดทัวร์ เพื่อไปเที่ยวในฤดูร้อน พวกมันนัดกันทางโทรศัพท์มือถือว่า ไปเจอกันที่ทุ่งหญ้าซาฟารี พวกมันมาจากทั่วทุกมุมโลก สถานที่แรกที่พวกมันจะไปคือ กรุงเทพมหานคร ในประเทศไทย พวกมันสร้างเรือลำใหญ่หลายลำเพราะมีจำนวนสัตว์เยอะ พวกมันล่องเรือไปทางมหาสมุทรแอตแลนติก ไปทางใต้ของแอฟริกา ผ่านมหาสมุทรอินเดีย ล่องไปจนถึงทะเลอันดามันแล้วไปจอดเรือที่จังหวัดกระบี่
วันรุ่งขึ้น…พวกมันเดินทางไปที่จังหวัดกรุงเทพฯ แต่พวกมันโดนมนุษย์จับไปไว้ในสวนสัตว์ พอกลางคืนพวกมันก็ใช้โทรศัพท์มือถือโทรปรึกษากันแล้วทำตามแผน พวกมันให้ช้างถล่มประตู แต่พวกงูออกมาไม่ได้เพราะอยู่ในหลุมซีเมนต์ ช้างจึงให้งูเกาะหางกันแล้วมันก็ใช้งวงของมันจับงูขึ้นมา “ขอบใจมาก” งูกล่าว ตอนนั้นเวลา 0.15 น. ทุกคนหลับหมดพวกมันก็หนีออกมาจากสวนสัตว์แล้วขโมยเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่งไปที่กระบี่แล้วลงเรือไปอยู่เกาะร้างอย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
***********
การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่
(ทุกคนที่ร่วมผจญภัยเป็นเด็ก)
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…นานตั้งแต่ยุคที่เขายังใช้หอก ดาบ ธนู รบกันอยู่ มีบ้านที่สร้างด้วยไม้หลังหนึ่งมีเด็กชื่อ วิน เขาเป็นเด็กที่เขียนหนังสือเรื่อง การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ เขาอยากจะได้ทำสิ่งที่เขาเขียนลงในหนังสือจริงๆ แต่เขาคิดว่า เขาไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้
วันหนึ่ง เขาไปเจอลูกแก้ววิเศษที่ลำธาร เขาจึงไปเก็บมา วินขอพรลูกแก้ววิเศษว่า “ขอให้เราได้ทำสิ่งที่เราเขียนไว้ในหนังสือ ขอให้เรื่องนี้เป็นจริง…” การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ก็เริ่มขึ้นแล้ว
วันรุ่งขึ้น…เขาเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางแล้วเอาไดอารี่ไปด้วย เพื่อที่จะได้บันทึกการเดินทาง แล้วเขาก็ชวนคุณครูกับเพื่อนไปด้วย แต่คุณครูไม่ไป แต่มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ โอม เป็นเด็กผู้ชายเหมือนกัน โอมก็อยากไปผจญภัยด้วย
2 วันต่อมา…ทั้งสองออกเดินทางโดยเอาลูกแก้ววิเศษใส่กระเป๋ามาด้วย พวกเขาเอาดาบพกติดตัวมาด้วย ระหว่างทางเขาไปหยุดพักที่โรงแรมเก่าๆแห่งหนึ่ง ขณะที่เขารับประทานอาหาร โอมเห็นเด็กชายคนหนึ่ง มีผ้าคลุมศีรษะสีดำเดินมาหาทั้งสองที่โต๊ะ “สวัสดีครับ” ชายคนนั้นทักทาย ทั้งสองจึงทักทายตอบ “สวัสดีครับ…คุณชื่ออะไรครับ ตอนนี้พวกเรากำลังผจญภัยอยู่ครับ” “ผมชื่อ ซิม…ครับ แล้วคุณสองคนชื่ออะไรครับ” ชายผู้นั้นตอบ (ซิมก็เป็นเด็ก) ทั้งสองจึงตอบว่า “ผมชื่อ วิน” “ผมชื่อ โอม” “เราร่วมผจญภัยดีกว่า พวกเราคือ ขบวนการผจญภัย” ซิมกล่าว (ซิมมีธนูเป็นของตัวเอง) แล้วทุกคนก็ไปนอน
วันต่อมา…ทุกคนเดินทางต่อ พอดีเห็นร้านขายม้าพวกเขาจึงไปซื้อม้ามา 2 ตัว แล้วผูกกับรถม้า วินขอพรจากลูกแก้ววิเศษ “ขอให้มาวิ่งไปในทางที่เราอยากไป” ม้าเริ่มเดินแล้ว มันเดินถูกทาง ระหว่างทางฝนก็เริ่มตก ซิมเลื่อนผ้าม่านมาตรงกลางเพื่อไม่ให้ฝนเข้ามาในห้องรถม้า พอฝนหยุดตกเขาก็เปิดม่าน ทันใดนั้น!…ก็มีกองทัพซาน (ฝ่ายร้าย) มาบุกรถม้า ทั้งสามออกไปรบแล้วให้ม้าวิ่งไปหลบ วินกับโอมชักดาบขึ้นมาสู้กับกองทัพซาน ซิมยิงธนูใส่กองทัพซานพวกซานตายหมด แต่มีคนหนึ่งวิ่งมา เขาเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง นิสัยเหมือนพวกขบวนการผจญภัย 3 เด็ก (เป็นคนดี) เขาชื่อ คิด (คิดก็มีดาบ) “หวัดดีคิดเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” วิน กล่าว ทั้งสี่ขึ้นรถม้า แต่รถม้าพังแล้วม้าก็วิ่งหนีไปด้วย พวกเขาจึงไปซื้อม้ามา 4 ตัว ทุกคนขึ้นไปบนหลังม้าแล้วบังคับให้ม้าวิ่ง ม้าวิ่งมาถึงริมน้ำ พวกเขาข้ามน้ำไม่ได้ ทันใดนั้น…ก็มีแสงบนเท้าของม้า แล้วม้าก็วิ่งข้ามน้ำ ม้าเดินอยู่บนน้ำแล้วมันก็ไม่จมน้ำ (“ต้องเป็นฤทธิ์ของลูกแก้ววิเศษแน่เลย” วินนึก) พอตกเย็น พวกเขาก็กางเต็นท์นอนตรงชายป่า
ตอนดึกๆ…มีเด็กชายคนหนึ่งมาหาพวกเขาที่เต็นท์ เด็กคนนั้นชื่อ พิก (พิกมีธนูเป็นของตัวเอง) “อ้าว…หวัดดีพิก ไม่ได้เจอกัน 3 ปีเลย” โอมทักทาย พิกทักทายตอบ “อื้อ..หวัดดี” พิกมีม้าส่วนตัวอยู่แล้ว ทั้งห้าร่วมเดินทางต่อในตอนดึก “มันมาแล้ว พวกกองทัพซาน” ซิมตะโกน ทุกคนชักดาบขึ้นมา แต่พิกกับซิมเอาธนูขึ้นมาแล้วเตรียมตัวยิง “พวกขบวนการผจญภัย” พวกซานพูด พิกกับซิมเริ่มยิงพวกซาน ส่วนวิน โอม และคิดก็เริ่มฟันดาบ วินแทงแม่ทัพของพวกซาน เมื่อพวกซานไม่มีแม่ทัพ พวกซานก็วิ่งหนี “พวกเราชนะแล้ว” วินกล่าว พวกเขาไปที่ดินแดนซากาเรีย (เป็นดินแดนของคนดี)
วันรุ่งขึ้น…กษัตริย์ซากาเรียต้อนรับพวกเขาเหมือนเป็นเพื่อน กษัตริย์ของซากาเรียชื่อ กษัตริย์ไฮ หรือชื่อที่คนทั่วไปเรียกชื่อ ไฮเดน (เดนเป็นภาษาซากาเรีย แปลว่า กษัตริย์) “ตอนนี้ประเทศซานกำลังจะบุกประเทศซากาเรีย” พิกบอกไฮเดน ไฮเดนจึงประกาศว่า “นักรบทุกคนเตรียมตัวให้พร้อง…เอ้ย…พร้อม ใส่เสื้อเกราะเลย” ทั้งห้าก็ไปร่วมรบกับพวกเขาด้วย วินกับไฮเดนให้ประชาชนไปหลบในหลุมหลบภัย (“พวกซานตายแน่” ไฮเดนนึก) พิกกับซิมสอนพวกนักยิงธนูที่เพิ่งมาฝึกเรียน คิด วิน และโอมไปฝึกดาบให้เด็ก 4 ขวบ เพราะทั้ง 5 คนเป็นเด็กจึงต้องสอนเด็ก
พอถึงเวลา 20.50 น. นักรบซากาเรียเห็นพวกซานมาแล้ว พวกประชาชนซากาเรียปลอดภัยเพราะอยู่ใต้ดิน “ตึงๆๆ” เป็นเสียงกลองของพวกซานที่พวกนักรบซากาเรียได้ยิน “เตรียม” พิกบอกพวกคนยิงธนู “ยิง” ศรกระเด็นไปโดนหน้าผากของพวกซาน พวกซานจึงวิ่งเข้ามาที่ประตูเมืองแล้วถล่มประตู นักรบเริ่มฟันดาบ พวกยิงธนูก็ยิงลูกศรไปโดนพวกซาน พวกซานถอยออกไปตั้งกองทัพใหม่ ตอนที่พวกซานเผลอ นักรบซากาเรียก็มาวางกับระเบิดที่หน้าประตูเมือง เมื่อพวกซานเข้ามาอีกครั้ง พวกซานก็ตายไปหลายคนเพราะไปเหยียบกับระเบิด เป็นสงครามที่ใช้เวลาทั้งหมด 1 คืน มีพ่อมดคนหนึ่งมาช่วยซากาเรีย เขาใช้แสงวิเศษที่ทำให้พวกซานกลัว พวกซานจึงยอมแพ้ พวกนักรบซานหนีกลับไปที่ประเทศของตัวเอง ชาวซากาเรียอยู่กันอย่างเป็นสุข แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ทหารซากาเรียเริ่มยกกองกำลังไปที่หน้าประตูเมืองของซานแล้วให้ทหารคนหนึ่งของซากาเรียแอบเข้าไประเบิดภูเขาไฟของซานแล้วให้ทหารคนหนึ่งรีบวิ่งลงมาแล้วกลับไปที่ซากาเรีย พวกซานละลายไปกับน้ำลาวา (แล้วพวกซานก็ไม่เหลือซาก) ชาวซากาเรียอยู่กันอย่างมีความสุข ทั้ง 5 ก็มาอยู่ที่ซากาเรียตลอดไป
จบบริบูรณ์
ในตอนท้าย
ขอขอบคุณห้องสมุดซากาเรียที่ให้อ่านประวัติของซากาเรีย
ขอขอบคุณ วิน โอม ซิม คิด และพิก ที่เล่าเรื่องให้พวกเราฟัง
ผู้แต่ง : ไดโลโฟซอร์
ไดโนเสาร์รอบรู้
ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง…มีทั้งไดโนเสาร์กินพืชและกินเนื้อ ในบรรดาไดโนเสาร์กินพืช มีไทรเซอราทอปส์น้อยตัวหนึ่งชื่อ รอบรู้ ไทรเซอราทอปส์เป็นไดโนเสาร์กินพืช รอบรู้ชอบกินใบไม้ในพุ่มไม้มาก มันเป็นไดโนเสาร์เด็กที่เก่งมาก แต่มันไม่เคยโอ้อวดกับใครเลย มันรักไดโนเสาร์กินพืชทุกตัว แต่เกลียดพวกกินเนื้อ รอบรู้เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของไดโนเสาร์กินพืชทุกตัว รอบรู้มีสวนผักเป็นของตัวเอง
รอบรู้มีเปิดร้านขายใบไม้เพื่อให้คนมามาหยิบไป ทุกๆวันเขาจะสะพายถุงย่ามและถือสมุดออกไปนอกบ้าน เพื่อไปถามเพื่อนบ้านว่าจะเอาใบไม้ของต้นไม้ต้นไหน เพื่อนบ้านหลายคนจะให้เงิน แต่รอบรู้ไม่เอาเงินเพราะมีความเกรงใจผู้อื่น
ทุกๆเช้า…รอบรู้จะตื่นตั้งแต่ 5.20 น. เพื่อที่จะมารดน้ำ พอถึงเวลา 5.30 น. เพื่อนๆของเขาจะมาพาเขาไปเล่น
วันต่อมา…รอบรู้และเพื่อนอยากไปเที่ยวทะเล จึงช่วยกันสร้างเครื่องบิน พวกมันใช้ไม้ที่เอามาจากต้นสนสร้างเครื่องบิน ใช้เวลา 5 วันกว่าจะสร้างเสร็จ แล้วเขาก็ทาสีเครื่องบิน เครื่องบินที่พวกมันสร้างมี 2 ชั้น มีโต๊ะอาหารอย่างหรูหรา มีสนามหญ้าให้ไปนอนเล่นด้วย มีกล้องวงจรปิด ถ้ามีโจรมากล้องจะมีเสียงสัญญาณร้องดัง (กล้องวงจรปิดรู้ว่าใครเป็นโจร) และอีกอย่างของเครื่องบินที่ดีที่สุดคือ สระน้ำ
2 วันต่อมา…เขากับเพื่อนๆนั่งเครื่องบินไปที่ทะเล พวกเขาไปเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน เมื่อถึงเวลากลับรอบรู้ตั้งโปรแกรมให้เครื่องบินขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้คนมาขับ แล้วพวกเขาก็ไปเล่นน้ำในสระบนเครื่องบิน เขากลับถึงบ้านเวลา 8.00 น.
เมื่อถึงฤดูร้อน…ต้นไม้แห้งหมดยกเว้นที่สวนของรอบรู้ ไดโนเสาร์กินพืชไม่มีอาหารกินและหลบซ่อนพวกกินเนื้อ รอบรู้จึงพาไดโนเสาร์กินพืชทุกตัวมาที่บ้านของตัวเองแล้วปิดบ้านให้มิดชิดให้พวกกินเนื้อเข้ามาไม่ได้ แล้วเขาก็พาทุกคนเข้ามาพักในสวนผักแล้วกางเต็นท์นอน
วันต่อมา…ทุกคนมาช่วยขยายสวนผักให้เท่าครึ่งของดินแดนแล้วสถานที่สวนของรอบรู้จึงกลายเป็นสวนของทุกคน รอบรู้ปลื้มใจมากที่ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
ไดโนเสาร์รอบรู้
เกาะการ์ตูน
กาลครั้งหนึ่ง…มีเกาะเกาะหนึ่ง ในเกาะนั้นเป็นเกาะที่มีตัวละครในภาพยนตร์อาศัยอยู่ แต่ไม่ได้เป็นเกาะที่มีตัวละครทุกเรื่องจะมีเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น ในเกาะนี้มีโนอาห์ หมีพู ทิกเกอร์ แร็บบิท ไดโนเสาร์ จิงเกอเบลล์ อียอ มนุษย์แมงมุม หมูมีปีก มนุษย์ต่างดาว กระดาษมีชีวิต สุนัขพูดได้ กลุ่มตุ๊กตาจิ๋วเล่นไวโอลิน และพ่อมด คนเหล่านี้เป็นอมตะ เพราะพ่อมดเสก
วันที่ 1 มกราคม 2547 ทุกคนต่างไปหาอาหารและของขวัญมาจัดงานปาร์ตี้ พวกกลุ่มตุ๊กตาจิ๋วเล่นไวโอลินก็มาเล่นดนตรีด้วย ทุกคนสนุกสนานเป็นอย่างมาก ทุกคนออกไปเต้นรำกัน “กรี๊ง” มีเสียงดังขึ้นทุกคนจึงต้องไปนอน
“บึ้ม” วันรุ่งขึ้น…ทุกคนได้ยินเสียงระเบิดยกเว้นพ่อมดเพราะพ่อมดโดนมนต์สะกดของเจ้าแห่งเวทร้าย ทุกคนจึงไปรบกับทหาร (มนุษย์) ของเจ้าแห่งเวทร้าย หมีพูเอาไม้เท้ากายสิทธิ์ของพ่อมดมาเสกให้พวกนั้นตาย
วันรุ่งขึ้น…ทุกคนได้ยินเสียงฟ้าผ่าจึงรีบวิ่งไปที่สถานที่ที่ฟ้าผ่ารวมทั้งพ่อมดเพราะพ่อมดต้านมนต์ได้แล้ว “เปรี้ยง” ทุกคนหายไปกับสายฟ้า และที่จริงพวกเขาก็คือชาวโลกการ์ตูนแต่หลุดออกมาเพราะเจ้าแห่งเวทร้ายเสกให้พวกเขาออกมาจากโลกการ์ตูน พวกเขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเพื่อนอย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
---------------------------
ซากาเรีย (ฉบับเก่า)
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มีดินแดนที่ไดโนเสาร์อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทั้งไดโนเสาร์ที่กินพืชและกินเนื้อก็อยู่ร่วมกันได้ที่นี่ก็คือดินแดนซากาเรีย กษัตริย์ของประเทศซากาเรียพระองค์แรกคือ “สมเด็จซากาเรียพระบรมราชา” แต่ก่อนตอนที่ยังไม่เป็นกษัตริย์เขาชื่อ “นายซากาเรีย ไทแรนโนซอรัส” นายกรัฐมนตรีของซากาเรียก็คือ “นายไทรันสยาม สยามโมไทรันนัส”
วันหนึ่ง มีกองทัพไดโนเสาร์ร้ายมาบุกซากาเรีย พวก ไดโนเสาร์ชาวซากาเรียก็ต้องไปหลบใต้ดิน พวกไดโนเสาร์ร้ายมีค้อนเป็นอาวุธ พวกไดโนเสาร์ดีมีดาบแข็งและระเบิดเป็นอาวุธ “ตูม…เฟี่ยว…บิ้มมมมมม…” แสียงระเบิดจากซากาเรียดังขึ้น (ประเทศของไดโนเสาร์ร้ายคือประเทศ “ซาน”) พวกทหารซานก็ปาค้อนใส่ “ป๊อก”
1 เดือนผ่านไป…ชาวซากาเรียก็ชนะสงคราม แล้วไดโนเสาร์ในประเทศมีอาหารกิน ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
***********
มนุษย์แมงมุม
ที่สนามหญ้า…
กาลครั้งหนึ่ง…มีเด็กสองคน คนแรกชื่อ “มาร์ค” คนที่สองชื่อ “มิกกี้” ทั้งสองวิ่งเล่นอยู่กลางสนาม เมื่อพวกเขาเดินขึ้นไปบนตึกที่อยู่ข้างสนาม มิกกี้และมาร์คไปเจอแมงมุมสองตัวเป็นแมงมุมสายพันธุ์ใหม่จึงจับมาไว้บนมือ ทั้งสองโดนแมงมุมกัด “พิษของแมงมุมสายพันธุ์ใหม่ทำให้คนพ่นใยแมงมุมออกมาได้เราไปอ่านหนังสือมาน่ะ” มิกกี้บอก “เหรอ” มาร์กพูด “พรุ่งนี้ไปโรงเรียนดีกว่า” มาร์คกล่าว
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ที่โรงเรียน…
วันรุ่งขึ้นทั้งสองตื่นแต่เช้ารีบเก็บที่นอนแล้วไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน “นี่พวกเราไปกินอาหารได้แล้ว” มิกกี้พูด พวกเขาจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อรับประทานอาหาร เมื่อพวกเขารับประทานอาหารเสร็จก็ไปโรงเรียน พอไปถึงโรงเรียนเพื่อนๆของทั้งสองก็ล้อเลียนทั้งสอง พวกเขารำคาญมากจึงใช้มือพ่นใยใส่ปากเพื่อนที่ล้อเลียนเขา “อื้อ อื้อ อื้อ อื้อ อื้อ” เด็กที่ไม่ดีพูดแบบนี้เพราะโดนพ่นใยปิดปาก
…………………………………………………………………………………………………………………….
ที่โรงอาหาร (ในโรงเรียน)……….
“แหวะ ข้าวไม่อร่อยเลย เราพ่นใยทำทางลอยฟ้าที่นี่เลยจะได้ไม่มีคนเห็นไงแล้วอีกอย่างนะเราจะเททิ้งลงถังได้” มาร์คแนะนำ “ไปทิ้งดีกว่า” มิกกี้พูด พวกเขาจึงรีบพ่นใยใช้ปากบ้าง ใช้มือบ้าง ใช้เท้าบ้างแล้วทั้งสองก็เดินบนใยตามแผนแล้วเอาข้าวไปทิ้งในถัง
……………………………………………………………………………………………………………………….
ทั่วโรงเรียน….
เมื่อเอาอาหารไปทิ้งเสร็จทั้งสองก็ไปวิ่งเล่น ขณะที่วิ่งเล่นพวกเด็กไม่ดีก็วิ่งมาไล่ชกทั้งสอง พวกเขาหยุดวิ่งแล้วพ่นใยขังเด็กไม่ดี
ทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
*************
ยาน 51 ที่นั่ง
กาลครั้งหนึ่ง…มีนักเรียนที่ไม่เหมือนใครสองคน เขาชื่อ “มาร์ค” อีกคนหนึ่งชื่อ “โอ๊ก” ขณะนี้เขารับประทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาจึงเล่นแมวน้ำกัน “กริ๊ง” “ต่อไปเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ เดี๋ยวคุณครูธิติมาก็มาเองแหละ” เมื่อคุณครูธิติมาหรือคุณครูนกเดินเข้ามาในห้อง “นักเรียนทั้งหมดตรง” หัวหน้าพูด “นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ” หัวหน้าบอก “สวัสดีครับคุณครูนก” นักเรียนทั้งห้องกล่าว
ทันใดนั้น!!!นักเรียนทุกคนเห็นไฟไหม้อาคาร พอเพื่อนๆเห็นยานของมาร์คกับโอ๊กจึงรีบวิ่งเข้ายาน “เราให้มาร์คขับ” โอ๊กพูด “ขอบใจทั้งสองคนมากที่ช่วยเราไม่ให้โดนไฟไหม้” เพื่อนทั้งห้องกล่ววขอบใจ โอ๊กถามเพื่อนว่า “จะเลื่อนเก้าอี้มั้ย” “เลื่อน” พราวตอบ “มาร์คเลื่อนเก้าอี้ให้พวกเขาหน่อย” โอ๊กบอกมาร์ค มาร์คขับยานไปที่โรงเรียนอีกครั้งเพื่อไปดับไฟ
แล้วทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
*************