วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ท่องเที่ยว 13 พ.ค. 52

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 52 ผมได้นั่งรถจากแพร่ไปที่เขื่อนสิริกิติ์...และได้ไปที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวเป็นสถานที่ที่บรรยากาศดีมาก ๆ

...ผมเคยไปครั้งหนึ่งตอนยังเล็ก ซึ่งผมก็ยังจำอะไรไม่ค่อยได้ --- แต่ก่อนอื่น...ขอเชิญทุกท่านชมภาพที่ผมถ่ายได้เลยครับ (ภาพอาจจะไม่ค่อยชัดในบางภาพเพราะถ่ายระหว่างรถวิ่ง)

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทารกแช่แข็ง


ภาพจากหน้าปกนิตยสาร "NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย" เดือน พ.ค. 2552

...ในฉบับนี้ มีรายงานพิเศษเกี่ยวกับซากทารกแมมมอทแช่แข็งในไซบีเรีย น่าสนใจมากเลยครับ ---ได้ความรู้มาก อย่าลืมไปซื้ออ่านกันล่ะครับ

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สิ่งที่พวกขโมยจดจำ

ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง... ได้มียานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวลงมาจอด!!! พวกมนุษย์ต่างดาวได้นำรูปแกะสลักหินยักษ์มาตั้งไว้...แล้วพวกมันก็จากไป

วันหนึ่ง พวกขโมยซึ่งเป็นมนุษย์โลกธรรมดาๆ นี่แหละ ได้ขับเครื่องบินมาที่แห่งนี้ แล้วขนรูปแกะสลักหินขึ้นเครื่องบินไป แต่ปรากฏว่ารูปแกะสลักหินกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขึ้นมา และไล่พวกขโมยไปคนละทิศ คนละทาง ขโมยที่หนีไปได้ก็กลับมาสอนลูกหลานว่า "ไม่ให้ไปยุ่งกับรูปแกะสลักหินเป็นอันขาด" แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกขโมยไม่รู้ก็คือ รูปแกะสลักหินนั้นคือหุ่นยนต์ที่มีตำหนิของมนุษย์ต่างดาวนั่นเอง

หมายเหตุ : นิทานเรื่องนี้ได้รับเกียรติไปเผยแพร่ในนิตยสาร "แปลนสนุกคิด"

รวมการ์ตูนหรรษา

เรื่อง :น้องภู

ภาพ :อาต๋อย


วันหนึ่งมีคนหลายคนเดินเข้าไปในป่าพะโต๊ะ เดินมาถึงที่พักริมแม่นำเอบจะค่ำ ภูไปเจอบ้านของจิงเกอร์เบลล์ หมีพู ทิกเกอร์ แรบบิท รู อียอ โนอาร์ และไดโนเสาร์ ทุกคนกำลังจัดปาร์ตี้กันอยู่อย่างสนุกสนาน ภูได้รับเชิญจากทุกๆคนให้ไปร่วมงานด้วย ภูรู้สึกสนุกและดีใจมาก

วันหนึ่งทุกๆคนอยากไปเที่ยวทะเล เลยช่วยกันสร้างเรืออาร์กด้วยไม้สัก เป็นเรือ 4 ชั้น ทุกคนช่วยกันหาเสบียงอาหาร น้ำและชูชีพมาเก็บไว้ในเรือ ภูก็ได้ไปกับเขาด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ล่องเรือมาตามแม่น้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย ทุกคนมีความสุขมาก ได้เห็นปะการัง ปลาวาฬและมีปลาโลมาเข้ามาทักทายพวกเรา กลางคืนก็เห็นดวงจันทร์ และดวงดาว ส่องแสงระยิบระยับสวยงามมาก

หลายวันผ่านไปเรือแล่นผ่านแม่นำเจ้าพระยาจนถึงฝั่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข

---------------------------

อำนาจของอธรรมไดน์

ณ ดินแดนแห่งมิติที่ 83 …ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิตได้มีอธรรมไดน์ตัวหนึ่งตั้งตนเป็นผู้ปกครองโลก (โลก = มิติที่ 83) จนได้มีการต่อต้านของประชาธรรมไดน์ขึ้น…แต่ในที่สุด พวกประชาอธรรมไดน์ก็จับพวกประชาธรรมไดน์ขังคุกได้หลายตัว…แล้วพวกอธรรมไดน์ก็ได้ตั้งมิติแห่งนี้เป็น “อาณาจักรวินามิน” โดยมีซามาเดจาวานมิน (ซามาเดจา = พระราชา) เป็นผู้ปกครองอาณาจักร…ส่วนในแคว้นแต่ละแคว้นของอาณาจักร พวกอธรรมทหารไดน์ (ทหารไดโนเสาร์ที่ไม่ดี) ชั้นสูงก็ปกครอง…นับแต่วันนั้นเมืองก็ไม่สงบสุขเลยเพราะซามาเดจาวานมินได้จับพวกฝ่ายธรรมไดน์มาขังไว้ในคุก

ตลอดเวลาที่ซามาเดจาวานมินปกครองอาณาจักรวินามินอยู่นั้น…ประชาชนที่อยู่ในอาณาจักรถูกพวกซามาเดจาวานมินและพวกอธรรมไดน์ที่มีตำแหน่งเอาเปรียบ…และยังมาโกหกประเทศอื่นๆว่า “ข้าน่ะ…ปกครองประชาชนอย่างยุติธรรม”

หลายปีผ่านไป…มีประชาธรรมไดน์ตัวหนึ่งได้จัดการชุมนุมต่อต้านอธรรมไดน์ขึ้น…ประชาไดน์ที่อยู่ในอาณาจักรวินามินที่มาในการชุมนุมครั้งนี้มีมากมายเหลือเกิน…ถ้านับจากประชาไดน์ทั้งหมด..ผู้ที่มาร่วมงานนี้ก็มี 3 ส่วนใน 4 ส่วน

ในการชุมนุมครั้งนั้นได้ถือเป็นการชุมนุมขับไล่พวกอธรรมไดน์ออกจากดินแดนด้วย…พวกอธรรมไดน์และซามาเดจาวานมินจึงจำต้องหนีออกไปอยู่บนอวกาศ…แต่ยานที่อธรรมไดน์นั่งนั้นก็ได้ถูกหลุมดูดเข้าไป

หลังจากนั้น ประชาธรรมไดน์จึงได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและผู้ที่ได้รับเลือกก็คือ “ซันธารา” และได้มีการปรับเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ซึ่งประเทศก็ได้ชื่อว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนซาร์น


นับแต่บัดนั้น…ประชาชนก็อยู่กันอย่างสงบสุข
จบบริบูรณ์
*********

ไทรันสยามกับสายรุ้ง

ไทรันสยามกับสายรุ้ง


ณ เกาะแห่งหนึ่ง...เกาะที่ไม่เคยมีใครรู้จักและไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดินเรือ...ได้มีป่าใหญ่อยู่ในเกาะ...และในป่าใหญ่นั้นก็ได้มีไดโนเสาร์บางสายพันธุ์ซ่อนตัวอยู่ ไดโนเสาร์ส่วนใหญ่อยู่ในไทย แต่มันแอบสร้างแพยักษ์เพื่อไปหาเกาะร้าง

ไดโนเสาร์ที่ผมจะกล่าวถึงมันชื่อ "ไทรันสยาม สยามโมไทรันนัส" มันเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส มันเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใจดี...มันไม่ชอบล่าสัตว์อื่น...แต่มันจะไปซื้อเนื้อที่ตลาดไดโนเสาร์ที่อยู่บนเกาะแห่งนั้น

วันหนึ่ง...ได้แมวสาวและเพื่อนๆหนีออกจากเรือสำราญโดยพวกมันนำเรือบดของเรือสำราญมาล่องไปหาเกาะร้าง...แล้วมันก็พบเกาะของไดโนเสาร์

หลังจากที่สายรุ้งและเพื่อนๆได้ล่องแพมาถึงเกาะแห่งไดโนเสาร์...พวกมันก็สำรวจป่าว่ามีอะไรบ้าง...ปรากฏว่า เจ้าไทรันสยามได้ไปพบกับพวกแมว มันจึงพาแมวไปพักที่บ้านของมัน (โดยไม่คิดจะกินแมวพวกนี้)

วันต่อมา...ไทรันสยามก็ได้พาแมวไปพบเพื่อนๆของไทรันสยาม...สายรุ้งและเพื่อนๆจึงได้เป็นประชาชนของเกาะแห่งนี้

วันหนึ่ง ได้มีการเลือกตั้งประธานเกาะประจำปี...สายรุ้งกับเพื่อนๆก็ได้ไปเลือกตั้งกับเขาด้วย ผลปรากฏว่า ไทรันสยามได้เป็นประธานเกาะ ชาวเกาะ (ไดโนเสาร์และพวกแมว) ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โตให้กับไทรันสยาม...พอถึงเวลาเลิก ทุกตัวก็แยกย้ายกันกลับบ้านไป

วันรุ่งขึ้น...ไทรันสยามได้ประกาศให้ทุกคนสร้างสเก็ตบอร์ดขึ้นมาเพื่อเป็นพาหนะของสัตว์ทั้งปวงบนเกาะแห่งนี้...ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีไดโนเสาร์จากอีกเกาะล่องเรือมาเพื่อจะประกาศสงครามกับไทรันสยามและประชาธรรมไดน์ (ประชาชนไดโนเสาร์ที่เป็นฝ่ายธรรม) แต่ยังไม่มีใครรู้...พอเรือของประชาอธรรมไดน์ (ประชาชนไดโนเสาร์ที่เป็นฝ่ายอธรรม) มาถึงเกาะ พวกมันก็เปิดฉากโจมตีประชาธรรมไดน์

หลังจากที่ประชาธรรมไดน์ถูกประชาอธรรมไดน์โจมตี...พวกมันก็ใช้วิธีถล่มเกาะฝั่งที่ถูกบุกแล้วพวกมันก็หนีไปอีกฝั่งของเกาะ...พวกไดโนเสาร์และแมวปลอดภัยแล้ว...แต่เหตุไม่คาดฝันเกิด ไทรันสยามและแมวที่ชื่อ "สายรุ้ง" ได้ถูกพวกอัศวินอธรรมไดน์จับไปขังไว้ในคุกของพวกประชาอธรรมไดน์ที่ลอยอยู่ใกล้ปล่องภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด

ถึงวันที่ภูเขาไฟกำลังจะระเบิดแล้ว...ทั้งสองจึงคิดหาวิธีที่จะออกจากคุกไปให้ได้...มันจึงหลอกเอาหลอดชนิดพิเศษที่เก็บลาวาได้ของประชาอธรรมไดน์มาแล้วสาดใส่กลอนที่ล็อคประตูคุกไว้จนกลอนละลายแล้วทั้งสองจึงขโมยเครื่องบินของประชาอธรรมไดน์แล้วบินไปที่เกาะของมัน ... และภูเขาไฟที่อยู่บนเกาะของประชาอธรรมไดน์ก็ระเบิดขึ้น

1 ชั่วโมงผ่านไป...เครื่องบินก็ร่อนลงที่เกาะของประชาธรรมไดน์อย่างปลอดภัย...ไทรันสยามและสายรุ้งได้ถูกยกย่องว่า หนีออกจากคุกอธรรมไดน์ได้เป็นครั้งแรกของโลก



จบบริบูรณ์
*************

ถั่วเขียวไล่ขโมย

เรื่อง : ถั่วเขียวไล่ขโมย

กาลครั้งหนึ่ง...มีชายผู้หนึ่งชื่อ "ปราชญ์" เขาเป็นชาวบ้านธรรมดา...มีอาชีพขายของ

วันหนึ่ง มหาเศรษฐีผู้หนึ่ง ได้เที่ยวมาจนถึงบ้านของปราชญ์ มหาเศรษฐีผู้นี้ชอบช่วยเหลือคน เทื่อได้เห็นบ้านโทรมๆของปราชญ์ เขาจึงจ้างช่างมาสร้างให้ใหม่ แล้วเขาก็ให้ชาวสวนมาปลูกถั่วเขียวให้ปราชญ์ ทำให้ปราชญ์มีรายได้เพิ่มขึ้นมาก

2 เดือนผ่านไป...ถั่วเขียวมีมากเกินโกดังถั่วเขียว เขาจึงสร้างไหที่ใหญ่มากๆ...ฝ่ายขโมยที่เชี่ยวชาญการขโมยกลุ่มใหญ่ก็ได้ข่าวว่า ปราชญ์ได้ขายถั่วเขียวจนร่ำรวย พวกขโมยจึงแอบลักลอบเข้ามาเพื่อจะปล้นเงินของปราชญ์ ชาวสวนของปราชญ์เห็นขโมยจึงรีบวิ่งไปบอกปราชญ์ ปราชญ์จึงคิดอุบายที่ทำให้ขาดทุน แต่เขาจำเป็นต้องใช้อุบายนี้ เขาไปนำระเบิดมาเพื่อระเบิดไหแล้วเขาก็รีบขี่ม้าหนี ทันใดนั้น!!!ไหก็แตกแล้วถั่วเขียวก็ไหลลงมาทับพวกขโมย ทำให้ขโมยไม่กล้าเข้ามาที่บ้านของปราชญ์อีกเลย

หลายวันผ่านไป ถั่วเขียวที่ไหลออกมาจากไหก็งอกเป็นต้น แล้วปราชญ์ก็เก็บไปขาย
จบบริบูรณ์


@@@@@@@@@@@

ล่องสมุทรฉุดฉลาม

เรื่อง : ล่องสมุทรฉุดฉลาม

มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ "วิน" ...ได้ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน เขานำสุนัขไปด้วย พอเพื่อนคนหนึ่งว่ายนำไปที่ลึกๆ ก็มีฉลามตัวหนึ่งงับเขาและดึงลงไปในทะเลลึก พอเพื่อนๆเห็นก็มาบอกวิน วินจึงนั่งเรือไปตรงจุดที่เพื่อนของเขาถูกฉลามงาบไป เขาพานักวิทยาศาสตร์มาด้วย เพราะฉลามตัวนี้มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ทันใดนั้น !!! เจ้าฉลามก็โผล่ขึ้นมาแล้วมันก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่กว่าเรือแล้วมันก็งาบเรือลงไป ทุกคนเดินไปในปากฉลามยักาเรื่อยๆก็ไปเจอเพื่อนของเขานั่งอยู่ พวกเขาจึงพากันเดินต่อไป...เดินไปเรื่อยๆ...พวกเขาก็เห็นหลุมหลุมหนึ่ง...หลุมแห่งนั้นเป็นห้วงลึกมาก...

ทันใดนั้น...มันก็ดูดพวกเขาเข้าไปข้างในหลุม (ห้วง)

...หลังจากวินและเพื่อนๆถูกดูดลงไปในห้วงแล้ว ทุกคนก็สลบไป พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่า เขาอยู่ในเมืองเมืองหนึ่ง...ซึ่งมีแต่คนใส่ชุดขาดๆอาศัยอยู่ วินจึงเข้าไปถามว่า "ที่นี่คือที่ไหน?" เขาตอบว่า "ที่นี่เป็นดินแดนของคนที่ถูกดูดลงมาในห้วง (หลุม) มันเป็นอีกมิติหนึ่ง" พวกเขาตกใจจึงรีบวิ่งไปหาผู้ปกครองดินแดนนี้ นั่นก็คือ "ฉลาม" แต่มันเป็นฉลามที่มีนิสัยดี ...เพื่อนของมันถูกสาปให้ตัวใหญ่ยักษ์ แล้วสาปให้ปากของเพื่อนมันมีหลุมที่เป็นห้วงสู่อีกมิติหนึ่ง

วันต่อมา...ฉลามเรียกประชาชนทุกคนมาที่จุดศุนย์กลางของดินแดนแล้วปรึกษากันว่า "เราจะหลอกให้ผู้ที่สาปพวกเรามาเปิดทางให้เรากลับไปในโลกของเรา"

"เจ้าจะต้องถูกข้าสาปอีกครั้งหนึ่ง" พญายักษ์ภูณกล่าวเพราะเขาแอบฟังการประชุมของพวกที่ถูกสาปอยู่ วินได้ยินจึงมาบอกฉลาม ฉลามจึงใช้วิธีหลอกขโมยไม้เท้าวิเศษของอาจารย์ที่สอนพญาภูณแล้วไปที่นครไดโลษา ซึ่งเป็นเมืองที่ภูณครองอยู่ แต่ทางเข้ามีด่านหลายด่าน ฉลามจึงให้ชาวเมืองขุดอุโมงค์แล้วไปโผล่ตรงเตียงนอนของภูณ ซึ่งกำลังหลับอยู่บนเตียง ภูณตัวเหม็นมาก ทุกคนที่ขุดอุโมงค์มาจึงสลบไปพักใหญ่ๆ

ทันใดนั้น...ไม้เท้าวิเศษก็กระเด็นไปที่ยักษ์ภูณ ทำให้ยักษ์ภูณเจ็บมากแล้วตาย ทุกคนที่ถูกสาปก็กลับไปยังโลก ซึ่งเป็นที่อยู่เดิมของพวกเขา...แล้วชายหาดแห่งนั้นก็ถูกปิด

จบบริบูรณ์

ไดโลโฟซอร์

ไดโลโฟซอร์


กาลครั้งหนึ่ง นานแสนนานมาแล้ว...ยังมีไดโนเสาร์ตัวหนึ่งชื่อ "ไดโลโฟซอร์" หรือเรียกย่อๆว่า "ไดโล" ไดโลมีเพื่อนสนิทชื่อ "รอบรู้ (จากนิทานเรื่อง : ไดโนเสาร์รอบรู้)" รอบรู้เป็นไดโนเสาร์ขยัน เขามีแปลงผักเป็นของตนเอง ทุกๆวันรอบรู้จะเก็บผักไปวางไว้ที่ตลาดแล้วให้ไดโนเสาร์กินพืชทุกๆตัวหยิบไปโดยไม่ต้องคิดเงิน (เพราะรอบรู้ไม่ต้องใช้เงิน) ทุกๆวันเสาร์และวันอาทิตย์...ไดโลและเพื่อนๆตัวอื่นจะไปช่วยรอบรู้เก็บผัก

วันหนึ่ง...ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไดโลจึงคิดว่า "โลกจะสลายแล้ว" จึงไปบอกไดโนเสาร์ทุกตัว แต่ไดโนเสาร์พวกนั้นไม่เชื้อ เขาจึงไปบอกสัตว์อื่นๆ เช่น นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(ยุคก่อน) จระเข้ ฯลฯ

"ข่าวด่วน...ข่าวด่วน" ไดโลได้ยินเสียงไดโนเสาร์ตัวหนึ่งร้องขึ้น "ตอนนี้ดาวหางได้พุ่งชนโลกแล้ว" พวกไดโนเสาร์แตกตื่นกัน ทันใดนั้น!!! ก็มีฝุ่นมาพัดพวกไดโนเสาร์ โลกมีแต่หมอกปกคลุมจนแสงอาทิตย์ส่องผ่านหมอกไม่ได้...และไดโนเสาร์ก็ค่อยๆสูญพันธุ์ไป แต่ยังลูกหลานของไดโนเสาร์ที่รอดมาได้...มันก็คือ นก นั่นเอง

เผด็จการซาราเกีย

เรื่อง : เผด็จการซาราเกีย

กาลครั้งหนึ่ง...มีประเทศกลางทะเลอยู่ประเทศหนึ่ง ซึ่งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ชื่อประเทศ "ซากาวา" และมีผู้ปกครองประเทศชื่อ "ซาราเกีย" เขาปกครองประเทศซากาวาเพียงคนเดียว และประชาชนก็นับถือเขามาก

แต่วันหนึ่ง ซาราเกียเริ่มไม่สนใจประชาชน เขาเก็บภาษีเป็น 98 % ของรายได้ประชาชนแล้วเขาก็เก็บภาษีสัปดาห์ละ 5 ครั้งด้วย และขู่ประชาชนว่า "ถ้าไม่ทำตามคำสั่งข้า ข้าจะฆ่าทิ้งให้หมด" แต่ทว่าประชาชนหมดความอดทนเสียแล้วจึงไปประท้วงที่หน้าบ้านของซาราเกีย

ซาราเกียรู้สึกเสียใจมากในการกระทำของเขา เขาจึงพยายามกลับตัวเป็นคนดี ตั้งแต่นั้นประชาชนก็อยู่กันอย่างมีความสุขในประเทศซากาวา


จบบริบูรณ์
***********

สัตว์โลก

เรื่อง : สัตว์โลก

กาลครั้งหนึ่ง…สัตว์โลกทุกตัวจัดทัวร์ เพื่อไปเที่ยวในฤดูร้อน พวกมันนัดกันทางโทรศัพท์มือถือว่า ไปเจอกันที่ทุ่งหญ้าซาฟารี พวกมันมาจากทั่วทุกมุมโลก สถานที่แรกที่พวกมันจะไปคือ กรุงเทพมหานคร ในประเทศไทย พวกมันสร้างเรือลำใหญ่หลายลำเพราะมีจำนวนสัตว์เยอะ พวกมันล่องเรือไปทางมหาสมุทรแอตแลนติก ไปทางใต้ของแอฟริกา ผ่านมหาสมุทรอินเดีย ล่องไปจนถึงทะเลอันดามันแล้วไปจอดเรือที่จังหวัดกระบี่

วันรุ่งขึ้น…พวกมันเดินทางไปที่จังหวัดกรุงเทพฯ แต่พวกมันโดนมนุษย์จับไปไว้ในสวนสัตว์ พอกลางคืนพวกมันก็ใช้โทรศัพท์มือถือโทรปรึกษากันแล้วทำตามแผน พวกมันให้ช้างถล่มประตู แต่พวกงูออกมาไม่ได้เพราะอยู่ในหลุมซีเมนต์ ช้างจึงให้งูเกาะหางกันแล้วมันก็ใช้งวงของมันจับงูขึ้นมา “ขอบใจมาก” งูกล่าว ตอนนั้นเวลา 0.15 น. ทุกคนหลับหมดพวกมันก็หนีออกมาจากสวนสัตว์แล้วขโมยเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่งไปที่กระบี่แล้วลงเรือไปอยู่เกาะร้างอย่างมีความสุข

จบบริบูรณ์
***********

การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่

เรื่อง : การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่
(ทุกคนที่ร่วมผจญภัยเป็นเด็ก)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…นานตั้งแต่ยุคที่เขายังใช้หอก ดาบ ธนู รบกันอยู่ มีบ้านที่สร้างด้วยไม้หลังหนึ่งมีเด็กชื่อ วิน เขาเป็นเด็กที่เขียนหนังสือเรื่อง การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ เขาอยากจะได้ทำสิ่งที่เขาเขียนลงในหนังสือจริงๆ แต่เขาคิดว่า เขาไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้

วันหนึ่ง เขาไปเจอลูกแก้ววิเศษที่ลำธาร เขาจึงไปเก็บมา วินขอพรลูกแก้ววิเศษว่า “ขอให้เราได้ทำสิ่งที่เราเขียนไว้ในหนังสือ ขอให้เรื่องนี้เป็นจริง…” การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ก็เริ่มขึ้นแล้ว

วันรุ่งขึ้น…เขาเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางแล้วเอาไดอารี่ไปด้วย เพื่อที่จะได้บันทึกการเดินทาง แล้วเขาก็ชวนคุณครูกับเพื่อนไปด้วย แต่คุณครูไม่ไป แต่มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ โอม เป็นเด็กผู้ชายเหมือนกัน โอมก็อยากไปผจญภัยด้วย

2 วันต่อมา…ทั้งสองออกเดินทางโดยเอาลูกแก้ววิเศษใส่กระเป๋ามาด้วย พวกเขาเอาดาบพกติดตัวมาด้วย ระหว่างทางเขาไปหยุดพักที่โรงแรมเก่าๆแห่งหนึ่ง ขณะที่เขารับประทานอาหาร โอมเห็นเด็กชายคนหนึ่ง มีผ้าคลุมศีรษะสีดำเดินมาหาทั้งสองที่โต๊ะ “สวัสดีครับ” ชายคนนั้นทักทาย ทั้งสองจึงทักทายตอบ “สวัสดีครับ…คุณชื่ออะไรครับ ตอนนี้พวกเรากำลังผจญภัยอยู่ครับ” “ผมชื่อ ซิม…ครับ แล้วคุณสองคนชื่ออะไรครับ” ชายผู้นั้นตอบ (ซิมก็เป็นเด็ก) ทั้งสองจึงตอบว่า “ผมชื่อ วิน” “ผมชื่อ โอม” “เราร่วมผจญภัยดีกว่า พวกเราคือ ขบวนการผจญภัย” ซิมกล่าว (ซิมมีธนูเป็นของตัวเอง) แล้วทุกคนก็ไปนอน

วันต่อมา…ทุกคนเดินทางต่อ พอดีเห็นร้านขายม้าพวกเขาจึงไปซื้อม้ามา 2 ตัว แล้วผูกกับรถม้า วินขอพรจากลูกแก้ววิเศษ “ขอให้มาวิ่งไปในทางที่เราอยากไป” ม้าเริ่มเดินแล้ว มันเดินถูกทาง ระหว่างทางฝนก็เริ่มตก ซิมเลื่อนผ้าม่านมาตรงกลางเพื่อไม่ให้ฝนเข้ามาในห้องรถม้า พอฝนหยุดตกเขาก็เปิดม่าน ทันใดนั้น!…ก็มีกองทัพซาน (ฝ่ายร้าย) มาบุกรถม้า ทั้งสามออกไปรบแล้วให้ม้าวิ่งไปหลบ วินกับโอมชักดาบขึ้นมาสู้กับกองทัพซาน ซิมยิงธนูใส่กองทัพซานพวกซานตายหมด แต่มีคนหนึ่งวิ่งมา เขาเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง นิสัยเหมือนพวกขบวนการผจญภัย 3 เด็ก (เป็นคนดี) เขาชื่อ คิด (คิดก็มีดาบ) “หวัดดีคิดเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” วิน กล่าว ทั้งสี่ขึ้นรถม้า แต่รถม้าพังแล้วม้าก็วิ่งหนีไปด้วย พวกเขาจึงไปซื้อม้ามา 4 ตัว ทุกคนขึ้นไปบนหลังม้าแล้วบังคับให้ม้าวิ่ง ม้าวิ่งมาถึงริมน้ำ พวกเขาข้ามน้ำไม่ได้ ทันใดนั้น…ก็มีแสงบนเท้าของม้า แล้วม้าก็วิ่งข้ามน้ำ ม้าเดินอยู่บนน้ำแล้วมันก็ไม่จมน้ำ (“ต้องเป็นฤทธิ์ของลูกแก้ววิเศษแน่เลย” วินนึก) พอตกเย็น พวกเขาก็กางเต็นท์นอนตรงชายป่า

ตอนดึกๆ…มีเด็กชายคนหนึ่งมาหาพวกเขาที่เต็นท์ เด็กคนนั้นชื่อ พิก (พิกมีธนูเป็นของตัวเอง) “อ้าว…หวัดดีพิก ไม่ได้เจอกัน 3 ปีเลย” โอมทักทาย พิกทักทายตอบ “อื้อ..หวัดดี” พิกมีม้าส่วนตัวอยู่แล้ว ทั้งห้าร่วมเดินทางต่อในตอนดึก “มันมาแล้ว พวกกองทัพซาน” ซิมตะโกน ทุกคนชักดาบขึ้นมา แต่พิกกับซิมเอาธนูขึ้นมาแล้วเตรียมตัวยิง “พวกขบวนการผจญภัย” พวกซานพูด พิกกับซิมเริ่มยิงพวกซาน ส่วนวิน โอม และคิดก็เริ่มฟันดาบ วินแทงแม่ทัพของพวกซาน เมื่อพวกซานไม่มีแม่ทัพ พวกซานก็วิ่งหนี “พวกเราชนะแล้ว” วินกล่าว พวกเขาไปที่ดินแดนซากาเรีย (เป็นดินแดนของคนดี)

วันรุ่งขึ้น…กษัตริย์ซากาเรียต้อนรับพวกเขาเหมือนเป็นเพื่อน กษัตริย์ของซากาเรียชื่อ กษัตริย์ไฮ หรือชื่อที่คนทั่วไปเรียกชื่อ ไฮเดน (เดนเป็นภาษาซากาเรีย แปลว่า กษัตริย์) “ตอนนี้ประเทศซานกำลังจะบุกประเทศซากาเรีย” พิกบอกไฮเดน ไฮเดนจึงประกาศว่า “นักรบทุกคนเตรียมตัวให้พร้อง…เอ้ย…พร้อม ใส่เสื้อเกราะเลย” ทั้งห้าก็ไปร่วมรบกับพวกเขาด้วย วินกับไฮเดนให้ประชาชนไปหลบในหลุมหลบภัย (“พวกซานตายแน่” ไฮเดนนึก) พิกกับซิมสอนพวกนักยิงธนูที่เพิ่งมาฝึกเรียน คิด วิน และโอมไปฝึกดาบให้เด็ก 4 ขวบ เพราะทั้ง 5 คนเป็นเด็กจึงต้องสอนเด็ก

พอถึงเวลา 20.50 น. นักรบซากาเรียเห็นพวกซานมาแล้ว พวกประชาชนซากาเรียปลอดภัยเพราะอยู่ใต้ดิน “ตึงๆๆ” เป็นเสียงกลองของพวกซานที่พวกนักรบซากาเรียได้ยิน “เตรียม” พิกบอกพวกคนยิงธนู “ยิง” ศรกระเด็นไปโดนหน้าผากของพวกซาน พวกซานจึงวิ่งเข้ามาที่ประตูเมืองแล้วถล่มประตู นักรบเริ่มฟันดาบ พวกยิงธนูก็ยิงลูกศรไปโดนพวกซาน พวกซานถอยออกไปตั้งกองทัพใหม่ ตอนที่พวกซานเผลอ นักรบซากาเรียก็มาวางกับระเบิดที่หน้าประตูเมือง เมื่อพวกซานเข้ามาอีกครั้ง พวกซานก็ตายไปหลายคนเพราะไปเหยียบกับระเบิด เป็นสงครามที่ใช้เวลาทั้งหมด 1 คืน มีพ่อมดคนหนึ่งมาช่วยซากาเรีย เขาใช้แสงวิเศษที่ทำให้พวกซานกลัว พวกซานจึงยอมแพ้ พวกนักรบซานหนีกลับไปที่ประเทศของตัวเอง ชาวซากาเรียอยู่กันอย่างเป็นสุข แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ทหารซากาเรียเริ่มยกกองกำลังไปที่หน้าประตูเมืองของซานแล้วให้ทหารคนหนึ่งของซากาเรียแอบเข้าไประเบิดภูเขาไฟของซานแล้วให้ทหารคนหนึ่งรีบวิ่งลงมาแล้วกลับไปที่ซากาเรีย พวกซานละลายไปกับน้ำลาวา (แล้วพวกซานก็ไม่เหลือซาก) ชาวซากาเรียอยู่กันอย่างมีความสุข ทั้ง 5 ก็มาอยู่ที่ซากาเรียตลอดไป


จบบริบูรณ์
ในตอนท้าย
ขอขอบคุณห้องสมุดซากาเรียที่ให้อ่านประวัติของซากาเรีย
ขอขอบคุณ วิน โอม ซิม คิด และพิก ที่เล่าเรื่องให้พวกเราฟัง
ผู้แต่ง : ไดโลโฟซอร์

ไดโนเสาร์รอบรู้

เรื่อง : ไดโนเสาร์รอบรู้

ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง…มีทั้งไดโนเสาร์กินพืชและกินเนื้อ ในบรรดาไดโนเสาร์กินพืช มีไทรเซอราทอปส์น้อยตัวหนึ่งชื่อ รอบรู้ ไทรเซอราทอปส์เป็นไดโนเสาร์กินพืช รอบรู้ชอบกินใบไม้ในพุ่มไม้มาก มันเป็นไดโนเสาร์เด็กที่เก่งมาก แต่มันไม่เคยโอ้อวดกับใครเลย มันรักไดโนเสาร์กินพืชทุกตัว แต่เกลียดพวกกินเนื้อ รอบรู้เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของไดโนเสาร์กินพืชทุกตัว รอบรู้มีสวนผักเป็นของตัวเอง

รอบรู้มีเปิดร้านขายใบไม้เพื่อให้คนมามาหยิบไป ทุกๆวันเขาจะสะพายถุงย่ามและถือสมุดออกไปนอกบ้าน เพื่อไปถามเพื่อนบ้านว่าจะเอาใบไม้ของต้นไม้ต้นไหน เพื่อนบ้านหลายคนจะให้เงิน แต่รอบรู้ไม่เอาเงินเพราะมีความเกรงใจผู้อื่น

ทุกๆเช้า…รอบรู้จะตื่นตั้งแต่ 5.20 น. เพื่อที่จะมารดน้ำ พอถึงเวลา 5.30 น. เพื่อนๆของเขาจะมาพาเขาไปเล่น

วันต่อมา…รอบรู้และเพื่อนอยากไปเที่ยวทะเล จึงช่วยกันสร้างเครื่องบิน พวกมันใช้ไม้ที่เอามาจากต้นสนสร้างเครื่องบิน ใช้เวลา 5 วันกว่าจะสร้างเสร็จ แล้วเขาก็ทาสีเครื่องบิน เครื่องบินที่พวกมันสร้างมี 2 ชั้น มีโต๊ะอาหารอย่างหรูหรา มีสนามหญ้าให้ไปนอนเล่นด้วย มีกล้องวงจรปิด ถ้ามีโจรมากล้องจะมีเสียงสัญญาณร้องดัง (กล้องวงจรปิดรู้ว่าใครเป็นโจร) และอีกอย่างของเครื่องบินที่ดีที่สุดคือ สระน้ำ

2 วันต่อมา…เขากับเพื่อนๆนั่งเครื่องบินไปที่ทะเล พวกเขาไปเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน เมื่อถึงเวลากลับรอบรู้ตั้งโปรแกรมให้เครื่องบินขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้คนมาขับ แล้วพวกเขาก็ไปเล่นน้ำในสระบนเครื่องบิน เขากลับถึงบ้านเวลา 8.00 น.

เมื่อถึงฤดูร้อน…ต้นไม้แห้งหมดยกเว้นที่สวนของรอบรู้ ไดโนเสาร์กินพืชไม่มีอาหารกินและหลบซ่อนพวกกินเนื้อ รอบรู้จึงพาไดโนเสาร์กินพืชทุกตัวมาที่บ้านของตัวเองแล้วปิดบ้านให้มิดชิดให้พวกกินเนื้อเข้ามาไม่ได้ แล้วเขาก็พาทุกคนเข้ามาพักในสวนผักแล้วกางเต็นท์นอน

วันต่อมา…ทุกคนมาช่วยขยายสวนผักให้เท่าครึ่งของดินแดนแล้วสถานที่สวนของรอบรู้จึงกลายเป็นสวนของทุกคน รอบรู้ปลื้มใจมากที่ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข


จบบริบูรณ์

ไดโนเสาร์รอบรู้

เกาะการ์ตูน

เรื่อง : เกาะการ์ตูน

กาลครั้งหนึ่ง…มีเกาะเกาะหนึ่ง ในเกาะนั้นเป็นเกาะที่มีตัวละครในภาพยนตร์อาศัยอยู่ แต่ไม่ได้เป็นเกาะที่มีตัวละครทุกเรื่องจะมีเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น ในเกาะนี้มีโนอาห์ หมีพู ทิกเกอร์ แร็บบิท ไดโนเสาร์ จิงเกอเบลล์ อียอ มนุษย์แมงมุม หมูมีปีก มนุษย์ต่างดาว กระดาษมีชีวิต สุนัขพูดได้ กลุ่มตุ๊กตาจิ๋วเล่นไวโอลิน และพ่อมด คนเหล่านี้เป็นอมตะ เพราะพ่อมดเสก

วันที่ 1 มกราคม 2547 ทุกคนต่างไปหาอาหารและของขวัญมาจัดงานปาร์ตี้ พวกกลุ่มตุ๊กตาจิ๋วเล่นไวโอลินก็มาเล่นดนตรีด้วย ทุกคนสนุกสนานเป็นอย่างมาก ทุกคนออกไปเต้นรำกัน “กรี๊ง” มีเสียงดังขึ้นทุกคนจึงต้องไปนอน

“บึ้ม” วันรุ่งขึ้น…ทุกคนได้ยินเสียงระเบิดยกเว้นพ่อมดเพราะพ่อมดโดนมนต์สะกดของเจ้าแห่งเวทร้าย ทุกคนจึงไปรบกับทหาร (มนุษย์) ของเจ้าแห่งเวทร้าย หมีพูเอาไม้เท้ากายสิทธิ์ของพ่อมดมาเสกให้พวกนั้นตาย

วันรุ่งขึ้น…ทุกคนได้ยินเสียงฟ้าผ่าจึงรีบวิ่งไปที่สถานที่ที่ฟ้าผ่ารวมทั้งพ่อมดเพราะพ่อมดต้านมนต์ได้แล้ว “เปรี้ยง” ทุกคนหายไปกับสายฟ้า และที่จริงพวกเขาก็คือชาวโลกการ์ตูนแต่หลุดออกมาเพราะเจ้าแห่งเวทร้ายเสกให้พวกเขาออกมาจากโลกการ์ตูน พวกเขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเพื่อนอย่างมีความสุข


จบบริบูรณ์
---------------------------

ซากาเรีย (ฉบับเก่า)

เรื่อง : ซากาเรีย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มีดินแดนที่ไดโนเสาร์อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทั้งไดโนเสาร์ที่กินพืชและกินเนื้อก็อยู่ร่วมกันได้ที่นี่ก็คือดินแดนซากาเรีย กษัตริย์ของประเทศซากาเรียพระองค์แรกคือ “สมเด็จซากาเรียพระบรมราชา” แต่ก่อนตอนที่ยังไม่เป็นกษัตริย์เขาชื่อ “นายซากาเรีย ไทแรนโนซอรัส” นายกรัฐมนตรีของซากาเรียก็คือ “นายไทรันสยาม สยามโมไทรันนัส”
วันหนึ่ง มีกองทัพไดโนเสาร์ร้ายมาบุกซากาเรีย พวก ไดโนเสาร์ชาวซากาเรียก็ต้องไปหลบใต้ดิน พวกไดโนเสาร์ร้ายมีค้อนเป็นอาวุธ พวกไดโนเสาร์ดีมีดาบแข็งและระเบิดเป็นอาวุธ “ตูม…เฟี่ยว…บิ้มมมมมม…” แสียงระเบิดจากซากาเรียดังขึ้น (ประเทศของไดโนเสาร์ร้ายคือประเทศ “ซาน”) พวกทหารซานก็ปาค้อนใส่ “ป๊อก”
1 เดือนผ่านไป…ชาวซากาเรียก็ชนะสงคราม แล้วไดโนเสาร์ในประเทศมีอาหารกิน ตั้งแต่นั้นมาทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข

จบบริบูรณ์
***********

มนุษย์แมงมุม

เรื่อง : มนุษย์แมงมุม

ที่สนามหญ้า…
กาลครั้งหนึ่ง…มีเด็กสองคน คนแรกชื่อ “มาร์ค” คนที่สองชื่อ “มิกกี้” ทั้งสองวิ่งเล่นอยู่กลางสนาม เมื่อพวกเขาเดินขึ้นไปบนตึกที่อยู่ข้างสนาม มิกกี้และมาร์คไปเจอแมงมุมสองตัวเป็นแมงมุมสายพันธุ์ใหม่จึงจับมาไว้บนมือ ทั้งสองโดนแมงมุมกัด “พิษของแมงมุมสายพันธุ์ใหม่ทำให้คนพ่นใยแมงมุมออกมาได้เราไปอ่านหนังสือมาน่ะ” มิกกี้บอก “เหรอ” มาร์กพูด “พรุ่งนี้ไปโรงเรียนดีกว่า” มาร์คกล่าว
……………………………………………………………………………………………………………………………..
ที่โรงเรียน…
วันรุ่งขึ้นทั้งสองตื่นแต่เช้ารีบเก็บที่นอนแล้วไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน “นี่พวกเราไปกินอาหารได้แล้ว” มิกกี้พูด พวกเขาจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อรับประทานอาหาร เมื่อพวกเขารับประทานอาหารเสร็จก็ไปโรงเรียน พอไปถึงโรงเรียนเพื่อนๆของทั้งสองก็ล้อเลียนทั้งสอง พวกเขารำคาญมากจึงใช้มือพ่นใยใส่ปากเพื่อนที่ล้อเลียนเขา “อื้อ อื้อ อื้อ อื้อ อื้อ” เด็กที่ไม่ดีพูดแบบนี้เพราะโดนพ่นใยปิดปาก
…………………………………………………………………………………………………………………….
ที่โรงอาหาร (ในโรงเรียน)……….
“แหวะ ข้าวไม่อร่อยเลย เราพ่นใยทำทางลอยฟ้าที่นี่เลยจะได้ไม่มีคนเห็นไงแล้วอีกอย่างนะเราจะเททิ้งลงถังได้” มาร์คแนะนำ “ไปทิ้งดีกว่า” มิกกี้พูด พวกเขาจึงรีบพ่นใยใช้ปากบ้าง ใช้มือบ้าง ใช้เท้าบ้างแล้วทั้งสองก็เดินบนใยตามแผนแล้วเอาข้าวไปทิ้งในถัง
……………………………………………………………………………………………………………………….
ทั่วโรงเรียน….
เมื่อเอาอาหารไปทิ้งเสร็จทั้งสองก็ไปวิ่งเล่น ขณะที่วิ่งเล่นพวกเด็กไม่ดีก็วิ่งมาไล่ชกทั้งสอง พวกเขาหยุดวิ่งแล้วพ่นใยขังเด็กไม่ดี

ทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
*************

ยาน 51 ที่นั่ง

กาลครั้งหนึ่งมีนักเรียนที่ไม่เหมือนใครสองคน เขาชื่อ มาร์คอีกคนหนึ่งชื่อโอ๊กขณะนี้เขารับประทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาจึงเล่นแมวน้ำกัน กริ๊ง” “ต่อไปเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ เดี๋ยวคุณครูธิติมาก็มาเองแหละเมื่อคุณครูธิติมาหรือคุณครูนกเดินเข้ามาในห้อง นักเรียนทั้งหมดตรงหัวหน้าพูดนักเรียนทั้งหมดทำความเคารพหัวหน้าบอก สวัสดีครับคุณครูนกนักเรียนทั้งห้องกล่าว

ทันใดนั้น!!!นักเรียนทุกคนเห็นไฟไหม้อาคาร พอเพื่อนๆเห็นยานของมาร์คกับโอ๊กจึงรีบวิ่งเข้ายาน เราให้มาร์คขับโอ๊กพูดขอบใจทั้งสองคนมากที่ช่วยเราไม่ให้โดนไฟไหม้เพื่อนทั้งห้องกล่ววขอบใจ โอ๊กถามเพื่อนว่า จะเลื่อนเก้าอี้มั้ย” “เลื่อนพราวตอบมาร์คเลื่อนเก้าอี้ให้พวกเขาหน่อยโอ๊กบอกมาร์ค มาร์คขับยานไปที่โรงเรียนอีกครั้งเพื่อไปดับไฟ

แล้วทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
จบบริบูรณ์
*************